RSS

Assignment : Search Engine Optimization Process

29 ก.ย.

SEO ( search engine optimization )

คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการค้าหา เป็นการจัดทำ ปรับปรุง หรือปรับแต่งหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิน ในลักษณะธรรมชาติ (เรียกศัพท์เฉพาะว่า “ออร์แกนิก”) ซึ่งผ่านทางเป้าหมายของคำค้นหาที่ต้องการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดผ่านระบบค้นหา หรือ SEM ( search Engine Marketing )

หลักในการทำ SEO นั้นเป็นเทคนิคในการทำเว็บไซต์ ให้ติดอันดับต้นๆ ด้วยคำสำคัญโดยเน้นให้ผลของคำค้นปรากฏอยู่ในส่วนของ Natural Search Result (Organic Search Result) หรือในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน

ความสำคัญของ SEO กับอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูล แทนที่จะต้องพิมพ์ URL (Uniform Resource Locator) ก็ใช้ Keyword (คำค้น) ป้อนลงไปใน Search Engine Box ต่างๆ ก็จะค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดาย และตรงประเด็น มีให้เลือกเปรียบเทียบอีกหลายๆ แห่ง สำหรับเรื่องๆ นั้น และเมื่อค้นพบแล้ว ก็จะมีการแสดงผลออกมาหลายๆ หน้า หลายๆ เว็บไซต์ เว็บที่ถูกแสดงเป็นอันดับที่ 1 2 3หรือที่แสดงผลในหน้าแรก ก็จะถูกคลิกเข้าไปดูข้อมูลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมต้องการให้เว็บตัวเองขึ้นอันดับ 1ของ Keyword นั้นๆ เผื่อผลประโยชน์หลายๆ ด้านเช่น ขายสินค้า โฆษณา หรือโปรโมทร้านค้า บริษัทของตัวเอง ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง

ขั้นตอนของ Search Engine Optimization Process มีด้วยกัน 10 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 : การวิเคราะห์เบื้องต้น (Initial Analysis)

กระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) เริ่มต้นด้วยการดำเนินการวิเคราะห์เว็บไซต์ในสภาพปัจจุบัน โดยทำการประเมินผลและตรวจสอบตำแหน่งของเว็บไซต์ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์ นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization) ให้สามารถทำงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเทคนิคการปรับแต่งเว็บไซต์ ให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ

โดยให้ทำการการวิเคราะห์เบื้องต้น ดังนี้

  • ประเมินผลทางเทคนิคของเว็บไซต์ถึงจุดที่แข็งแกร่งและอ่อนแอของเว็บไซต์
  • การวิเคราะห์การจัดทำดัชนีของหน้าเว็บ
  • การวิเคราะห์การจัดอันดับของเว็บไซต์ในปัจจุบันจากเครื่องมือค้นหาต่างๆ
  • การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีการป้องกันเว็บไซต์ให้ได้รับการค้นหาในอันดับที่ดี
  • คำหลักที่ใช้ในการค้นหาเว็บไซต์
  • การวิเคราะห์ความเข้ากันได้ของเครื่องมือค้นหากับเว็บไซต์การวิเคราะห์โครงสร้างของเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 2 : Keyword Research and Analysis การวิจัยและวิเคราะห์คีย์เวิร์ด

การวิจัยและวิเคราะห์คำหลัก (Keyword) เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) โดยให้ทำการคัดเลือกคำหลักหรือวลีที่เหมาะสม ที่ผู้ใช้งานอาจเลือกใช้ในการค้นหาจากเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีการวิจัยและวิเคราะห์คำหลักหรือวลีที่ผู้ใช้งานอาจพิมพ์ไม่ถูกต้อง เพื่อให้คำหลักนั้นสามารถนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine ) แล้วระบุไปยังข้อมูลเป้าหมายได้ ซึ่งจากการวิจัยและวิเคราะห์คำหลัก แล้วทำการคัดเลือกคำหลักที่เหมาะสมนั้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อเว็บไซต์ ทั้งในการช่วยลดต้นทุน การเติบโตทางการตลาด และการประสบความสำเร็จในระยะยาว

โดยการวิเคราะห์นี้ประกอบด้วย

  • แนะนำคำ
  • การวิจัยเอกสารคำค้นหารายเดือน
  • ประสิทธิภาพดัชนีของคำหลัก
  • การจัดลำดับของคำหลักในปัจจุบัน
  • อัตราผลตอบแทนจากคำหลักแต่ละคำ

ขั้นตอนการวิเคราะห์

  • Make a list of related keywords. ทำรายการคีย์เวิร์ด
  • Selection of keywords with the help of keyword research tool เลือกคีย์เวิร์ดด้วยเครื่องมือช่วย เช่น Google Keyword Research Tool ,Word tracker ,Word stream
  • Target your keywords. ระบุคีย์เวิร์ด
  • Prepare to place keywords. เตรียมการใส่คีย์เวิร์ด
  • Monitoring keywords ติดตามผล

ขั้นตอนที่ 3 : การวิเคราะห์คู่แข่ง (Competitor Analysis)

การวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) ที่ประสบความสำเร็จ การวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่งจะบอกให้ทราบถึงทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคู่แข่ง เช่น จำนวนการเชื่อมโยงที่ชี้ไปยังเว็บไซต์ของคู่แข่ง การมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของเว็บไซต์คู่แข่ง การจัดลำดับของคู่แข่งในปัจจุบันที่ดูได้จากเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) เป็นต้น ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่ง หนึ่งในวิธีการสร้างข้อได้เปรียบ คือ ให้ดูการเชื่อมโยงในเว็บไซต์ของคู่แข่งและใส่เว็บไซต์ของเราไว้ในลิงค์รายการของพันธมิตร โดยเว็บไซต์เหล่านี้จะได้รับการเชื่อมโยงกลับไปยังเว็บไซต์ของเรา

นอกจากนี้ การวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่ง ยังช่วยให้สามารถสร้างความแตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หรือมีต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งอีกด้วย

ขั้นตอนที่ 4 : แผนผังและการรวมตัวดึงข้อมูล (Sitemap + RSS feed Inclusion)

Sitemap คืออะไร

Sitemap หรือที่เรียกว่า “แผนผังเว็บไซต์“ หรือ “แผนที่เว็บไซต์“ เป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ที่อธิบายถึงโครงสร้างของเว็บไซต์ได้ทั้งหมด ซึ่ง Sitemap จะเป็นเหมือน “สารบัญ” หรือ “หน้าดัชนี” ของเว็บไซต์ ที่รวม Link ทั้งหมดของเว็บไซต์ไว้ภายในหน้าเดียว และยังช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Search Engine (เช่น Google ,Bring ,Yahoo) และผู้ใช้งานทั่วไปด้วยอีกด้วย

ซึ่งการสร้างปฏิสัมพันธ์ของ Sitemap สำหรับ Search Engine นั้น เพื่อให้ Search Engine เข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย และเข้ามาเก็บข้อมูลตาม link ที่จัดทำไว้ให้ โดยข้อดีของการทำ Sitemap คือ ทำให้ผู้ชมเว็บไซต์เข้าใจโครงสร้างเว็บ และเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Sitemap ทำให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์เข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ และเห็นภาพรวมของ Link ในเว็บไซต์ ทำให้ง่ายต่อการพัฒนา เนื่องจาก Sitemap จะแบ่งส่วนของเว็บไซต์ ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ Bot ของ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูล (index pages) ได้รวดเร็ว และง่ายขึ้น

เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO (Search Engine Optimization)

ประเภทของ Sitemap

การทำเว็บไซต์ที่ดีควรมี Sitemap ทั้ง 2 รูปแบบ คือ

  • Sitemap เพื่อให้ Search Engine อ่าน
  • Sitemap เพื่อให้ ผู้ใช้งานทั่วไปอ่าน

โดยปกติแล้วหากต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Search Engine จะต้องทำให้ Sitemap นั้นอยู่ในรูปแบบของภาษา XML ซึ่งจะทำให้ Bot หรือ Spider ของ Search Engine สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ว่านี้คือ Sitemap ตัวอย่างของ Sitemap ในรูปแบบ XML เช่น

ส่วน Sitemap สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปควรจะเป็นหน้าที่เรียบง่าย สามารถดูแล้วเข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ทั้งหมดได้ว่าเว็บไซต์มีอะไรบ้าง โดยควรให้เว็บไซต์ดูเรียบง่าย สวยงาม และให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงหน้า Sitemap นี้ได้โดยง่าย ตัวอย่างเช่น

RSS Feed คืออะไร

RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndication คือ บริการที่อยู่บนระบบ อินเตอร์เน็ท จัดทำข้อมูลข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ XML เพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้ใช้ โดยส่งข่าวหรือข้อมูลใหม่ๆ ให้ถึงเครื่องตลอดเวลาที่มีการ Update ไม่ต้อง เสียเวลาเปิดเว็บไซต์เข้ามาค้นหา

ข้อดีของ RSS

RSS ช่วยลดข้อจำกัดในการคัดลอกข้อมูลในเว็บไซต์ โดยเฉพาะกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ขณะที่ผู้สร้างไม่ต้องเสียเวลาทำหน้าเพจแสดงข่าว ซึ่งต้องทำทุกครั้งเมื่อ ต้องการเพิ่มข่าว โดย RSS จะดึงข่าวมาอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลในเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางมากขึ้น

จุดเด่นของ RSS

คือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อดูว่ามีข้อมูล อัพเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัพเดท ไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัพเดทใหม่บนเว็บไซต์ ไม่ครบถ้วน รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับข่าวสารอัพเดทใหม่ได้ โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์

ดังนั้นกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) ในขั้นตอนนี้ จะช่วยให้เว็บไซต์มีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) ได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้ข้อมูลต่างๆที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์สามารถอัพเดตได้อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

 ขั้นตอนที่ 5 : Search Engine + Directory Submission

Search Engine

คือ ระบบที่เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆไว้ และให้บริการผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับคำหรือวลีที่ต้องการ

ประโยชน์ของ Search Engine

1. ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว

2. สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, ข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย

3. สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น download.com เว็บไซต์ ์เกี่ยวกับข้อมูล และซอร์ฟแวร์ เป็นต้น

4. มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล

5. รองรับการค้นหา ภาษาไทย

Search Engine Submission

Search Engine Submission คือ การส่งข้อมูลของเว็บเพจ หรือเว็บไซต์ของเราเข้าไปใน Search Engine เหมือนกับการแนะนำตัวให้ Search Engine รู้จักกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ Search Engine แสดงชื่อของเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีคนทำการค้นหาข้อมูลที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราใน Search Engine

ข้อมูลที่เราจะส่งเข้าไปใน Search Engine มักจะเป็นข้อมูลในส่วนของ Meta Tag ของเว็บเพจนั้นๆ ซึ่งโดยมากข้อมูลที่ใช้ก็คือ ชื่อเว็บเพจ (webpage title) รายละเอียดโดยย่อของเว็บเพจ (description) และ คำสำคัญที่บอกถึงเนื้อหาหลักของเว็บเพจ (keywords)

หลักการทำงานของ Search Engine ทั้งหลาย มีอยู่ 4 ขั้นตอนคือ

  1. เก็บข้อมูล (Craw ability)

  2. เพิ่มจำนวน Index (Building Index)

  3. คำนวณความเกี่ยวข้องของสิ่งที่มันเก็บมา (Calculate relevant)

  4. จัดอันดับ และ แสดงผลการค้นหา (Ranking & Serving results)

Directory Submissions การลงทะเบียนเวปไซต์เพิ่มช่องทางค้นหา

Submit Directory หรือแปลเป็นไทยว่า “การลงทะเบียนเวปไซต์ เข้าในหมวดหมู่ที่สามารถหาได้ง่าย ของเวปไซต์นั้นๆ” หรืออีกความหมายหนึ่งคือ การเพิ่มช่องทางการค้นหาเวปไซต์ ของเรานั่นเอง ตัวอย่างเช่น Yellow Pages หรือสมุดหน้าเหลือง คือหนึ่งในบริการลงทะเบียนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านต่างๆ ในหมวดหมู่ที่เป็นระเบียบ และง่ายต่อการค้นหา

ขั้นตอนที่ 6 : Social Bookmarking

Social Bookmarking เป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการสารสนเทศออนไลน์ที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต โดยมี folksonomy ซึ่งเป็นคำที่ผู้ใช้ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อสื่อถึงเนื้อหาในเรื่องนั้นๆ เพื่อแบ่งหมวดหมู่และช่วยในการค้นหา รวมถึงการเชื่อมโยงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ตลอดจนการใช้ tags เพื่อช่วยแยกหมวดหมู่ของเรื่องต่างๆ ออกเป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจน

ความน่าสนใจของ Social Bookmarkingคือ การรวบรวม จัดเก็บ สารสนเทศออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก สามารถแบ่งหมวดหมู่ สร้างคอลเลคชั่น และเชื่อมโยงเว็บไซต์หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีผลต่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะการค้นหาข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัย นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปันลิงค์ที่น่าสนใจแก่เพื่อน หรือคนอื่นๆ ได้ ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ขยายองค์ความรู้เรื่องหนึ่งๆ ร่วมกัน หรือที่เรียกว่า CoP (Community of Practice) ชุมชนนักปฏิบัติ หรือแม้แต่การจัดอันดับให้กับเว็บเพจที่ได้รับความนิยมซึ่งวัดจากจำนวนผู้ เข้าชม ซึ่งโยงไปถึงการทำการตลาดออนไลน์

ข้อจำกัดของ Social Bookmarking

เว็บ เพจหรือเว็บไซต์บางเว็บอาจจะไม่ถูกค้นเจอ เพราะการทำ tagging คือ tag บาง tag หายไปจากการสืบค้น เพราะการสะกดผิด tag 1 tag มีความหมายมากกว่า 1 หรือเรื่องคำเหมือน คำพ้อง เป็นต้น รวมถึงไม่มีเครื่องมือที่ช่วยบ่งชี้ หรือคัดกรอง tag ที่ลำดับขั้นสัมพันธ์กัน

ในอนาคตจาก Social Bookmarking ที่เกิดขึ้นสามารถขยายไปสู่ การออกแบบฐานข้อมูลที่มีฟังก์ชั่นหรือระบบการ จัดการสารสนเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในสืบค้นและเข้าถึงมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยหลักการเรื่อง folksonomy และ tagging การทำ bookmark กับสื่อรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากเว็บไซต์ เช่น เสียง วิดีโอ หรือภาพ หรือการจัดกลุ่มเนื้อหาในเว็บไซต์ blog หรือแหล่งสารสนเทศอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เห็นตัวอย่างในหลายๆ ที่ เช่น บรรณารักษ์ สามารถรวบรวม bookmark และจัดทำรายการเรื่องต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องการ หรือเพื่อแนะนำแหล่งสารสนเทศคัดสรรที่น่าสนใจกำลังอยู่ในกระแสเพื่อให้ บริการผู้ใช้ภายในห้องสมุด เป็นต้น

ประโยชน์ของ Social Bookmark

เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากทั่วโลก ได้แบ่งปันเว็บที่เราชอบให้คนอื่น ๆ ได้ทราบสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ สามารถใช้ Social Bookmark ในการโปรโมทเว็บไซต์ได้ โดยเมื่อเขียนบทความต่างๆ แล้ว ก็นำไปแนะนำในเว็บ Social Bookmark จะช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บ (Traffic) ให้เราได้ เนื่องจากเว็บประเภทนี้ Bot ของ Search Engine อย่าง Google, Yahoo จะเข้ามาเก็บข้อมูล (Indexed) ค่อนข้างถึ่

ประโยชน์ที่เจ้าของ บทความ ทั้งใน Website และ Blog จะได้รับ

  • Promote website และ Blog
  • Traffic
  • Blanklink

ตัวอย่างรายชื่อ Social Bookamark

  • Digg
  • Catchh
  • Reddit
  • Blinklist
  • Del.icio.us
  • Furl
  • Linkatopia

Social Bookmark นอกจากให้เราเก็บหน้าเว็บที่ชื่นชอบ และได้แบ่งปันให้กับผู้อื่นด้วยแล้ว ยังมีระบบการโหวตเพื่อให้คะแนนหน้าเว็บที่ชื่นชอบ มีการแสดงความคิด และ อื่นๆอีก

ขั้นตอนที่ 7 : บล๊อกและการสร้างข่าว (Blogs + Press Release Creation)

Blog คืออะไร

Blog ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ในปัจจุบันบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ของโลก ได้ให้ความสนใจ Blog ซึ่งเป็นรูปแบบของการ Marketing แบบใหม่ เนื่องจาก Blogger จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อ่าน Blog สูงมาก เนื่องจากทั้งสองฝ่าย สามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง บางบริษัทใช้ Blog เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือ PR ข่าวสารขององค์กร โดยการใช้ Blog เพื่อประกาศข่าวสารนั้น จะดูมีความเป็นกันเอง และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างเป็นมิตร เพราะเนื่องจากลูกค้าสามารถฝาก comment หรือสื่อสารกับเจ้าของ Blog ได้ทันที ทำให้บริษัทเอง จะได้ประโยชน์จากคำแนะนำ ที่ตรงไปตรงมาของลูกค้าอีกด้วย บริษัทชั้นนำต่างๆ จึงเลือกที่จะใช้ Blog มาเป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยบางแห่งใช้ทั้ง Blog อย่างเป็นทางการของบริษัท แถมยังเปิดให้พนักงานได้เขียน Blog ของตนเอง ซึ่งวิธีการนี้นับเป็นการทำการตลาด โดยการสร้างการรับรู้ตราสินค้า (Brand) โดยทางอ้อมอีกด้วย

จากความสำคัญดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้บล๊อก (Blog) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) ช่วยให้เว็บไซต์ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ เหนือเว็บไซต์ของคู่แข่ง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Blog และ SEO มีดังนี้

การสร้างบล๊อก (Blog) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากของกลยุทธ์กระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา (Search Engine Optimization process) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นหรือโต้ตอบความต้องการต่างๆลงในบล๊อกที่ถูกสร้างขึ้น และยังสามารถสร้างหัวข้อที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างกลุ่มคนหลายๆกลุ่ม การแลกเปลี่ยนบทสนทนา การพูดคุย และการอภิปรายในสังคมออนไลน์ ข้อดีอีกประการหนึ่งคือช่วยในการดึงดูดให้มีผู้ใช้งานหรือผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การปรับปรุงหรือการเพิ่มเนื้อหาที่มีคุณภาพดีและเนื้อหาที่น่าสนใจไปยังเว็บไซต์อยู่เป็นประจำจะช่วยกระตุ้นให้เครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) มีการเชื่อมโยงกลับมาที่เว็บไซต์ และช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดความความจงรักภักดี ดังนั้น การตั้งค่าบล็อกหรือส่วนข่าวบนเว็บไซต์ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดในการส่งเสริมการจัดอันดับให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ

ขั้นตอนที่ 8 : การเขียนบทความ (Articles Submission)

 การ submit ARTICLE คือบริการ สร้าง Back Link ให้กับเว็บโดยจะทำการโพสท์เนื้อหาเกี่ยวกับเว็บของคุณในลักษณะ Blog Post บนเว็บในเครือข่ายของเราและทำการสร้าง link ไปยังเว็บไซต์ของคุณในบทความนั้น ๆ และบทความทั้งหมดจะทำ link ให้เชื่อมทั้งเครือข่าย หรือที่เรียกกันว่า Link Wheel ในรูปแบบของ Matrix Linkซึ่งการเชื่อมในลักษณะนี่จะทำให้ทุกบทความที่ link มาหาเว็บของคุณได้รับ link จากเว็บในเครือข่ายด้วยกันเอง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มความเป็น authority ในคำนั้น ๆ และส่งต่อค่านั้นมายังเว็บไซต์ของคุณ ทำให้เว็บของคุณได้อันดับที่ดีขึ้นในคำที่ต้องการ

ประโยชน์ของการเขียนบทความมีดังนี้

  • สามารถสื่อสารตรงกลุ่มเป้าหมายและมีคุณภาพสูง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

  • มีโอกาสขายสินค้าหรือบริการได้มากกว่าวิธีการโฆษณาอื่นๆ

  • มีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีบน search engines ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo, Bing ตาม keyword ที่ได้เลือกเอาไว้การสื่อสารจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนทั้งจาก search engines เองและ article directories

ขั้นตอนที่ 9 : Link Popularity การสร้างความนิยม

Link Popularity คือความนิยมเว็บไซต์ เป็นการใช้วัดค่าความนิยมของเว็บไซต์เรา ว่ามีจำนวนเว็บไซต์ หรือกี่เว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา Link Popularity ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO เลยทีเดียว

ประเภทของ Link Popularity (Type of Link Popularity)

Link Popularity สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  • One-Way Links หรือ 1-Way Links คือ การ Links แบบทางเดียว เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B แต่เว็บไซต์ B ไม่ต้องทำ Links กลับไปเว็บไซต์ A

  • Two-Way Links หรือ 2-Way Links คือ การ Links แบบสองทาง เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B และ เว็บไซต์ B ต้องทำ Links กลับไปหาเว็บไซต์ B ด้วย

  • Three-Way Links หรือ 3-Way Links คือ การ Links แบบสามทาง เช่น เว็บไซต์ A ทำ Links ไปที่เว็บไซต์ B แต่เว็บไซต์ B ให้เว็บไซ ต์ C ทำ Link กลับไปหาเว็บไซต์ A แทน

ซึ่งการทำ One-Way Links และ Three-Way Links ตามตัวอย่างข้างต้น จะส่งผลดีให้กับเว็บไซต์ B มากกว่าการทำ Two-Way Links ในมุมมองของ SEO

ประโยชน์ของ Link Popularity (Benefit of Link Popularity)

1. การที่มี Links เข้าหาเว็บไซต์มาก ทำให้โอกาสที่ Robot ของ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์มีมาก

2. เพิ่มโอกาส และ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

3. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 10 : SERP Report (SERP search engine results page) การแสดงผลลัพธ์การค้นหา

การรายงานผลเครื่องมือค้นหาข้อมูล คือ รายงานการจัดอันดับและการวิเคราะห์ซึ่งเป็นรายงานสถิติที่ช่วยให้ทราบถึง สิ่งที่เกิดขึ้นกับโครงการกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization process) รายงานการวิเคราะห์ประกอบด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ การสื่อสารกับผู้ใช้งานออนไลน์ที่เข้ามาเชื่อมโยง การจัดอันดับของเว็บไซต์ และการเปรียบเทียบการจัดอันดับกับคู่แข่ง โดยการจัดอันดับจะอาศัยคำหลัก (Keyword) ในการจัดอันดับ

ตัวอย่างการจัดอันดับ

http://raventools.com/blog/feature-friday-google-analytics-integration-in-serp-tracker/

ที่มา :

http://www.dreamwirkz.com/sitemap.htm

http://market.mthai.com/product/1818306

http://smf.ruk-com.in.th/?topic=29640.0

http://raventools.com/blog/feature-friday-google-analytics-integration-in-serp-tracker/

http://www.namonpit.ac.th/krutae/internet1/p4-6.htm

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 29, 2012 in Assignment

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: